มากกว่า...ได้ไหม? [กลอน]

posted on 06 May 2008 19:17 by ladysomlim  in Novel

 

กี่วันแล้วนะ...ที่จากมา
วันเวลาที่เคยอยู่ด้วยมันน้อยนิด...
จะผิดไหมถ้าฉันจะสะกิด
และบอกว่ารักเธอไม่ได้น้อยนิดกว่าใคร...

ในสายตาเธออาจไม่มองมาทางฉัน
แต่คิดมากกว่านี้จะได้ไหม?
ไม่ใช่เพื่อนไม่ใช่แฟนไม่เป็นไร
แค่คนสนิทที่ใจต่างรู้ดี

แต่มันก็คงเป็นเพียงภาพฝัน
ไม่มีวันหรอกที่จะเป็นได้...ใช่ไหม
รู้แล้วล่ะ...ตอนนี้ควรอยู่ที่ใด
ขอโทษนะ...หากคิดไปไกลกว่าที่เป็น...


โทรโพสเฟียร์ (somlim)
น้อมรับคำติชมค่ะ ^^

 

 

 

 •ชี้แจงแถลงไถล...•

 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

edit @ 6 May 2008 19:33:53 by ''^^LadySomlim^^''

 

ชื่อหนังสือ...จากฝัน...สู่นิรันดร
ผู้แต่ง...แก้วเก้า
สำนักพิมพ์...ดอกหญ้า(ปัจจุบันสนพ.เพื่อนดี)
ราคา...295 บาท(ปัจจุบัน 360 บาท)
*ปกนี้เป็นของสำนักพิมพ์เพื่อนดีค่ะ


เรื่องย่อ...ตรัยชายหนุ่มผู้หลงใหลรูปวาดของ "การะเกด" เพียงได้เห็นเขาก็ดฝ้าค้นหาว่าเธอคือใคร โดยพยายามติดต่อกับผู้คนที่รู้จักเธอ ดร.โพยมติดต่อให้ชายหนุ่มรู้จักกับเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียที่ทำการทดลองด้านการสะกดจิต ตรัยได้กลับไปในอดีตอีกครั้ง เขาได้เห็นก๋งของตัวเองใน 65 ปีที่แล้ว ได้พบกับการะเกดหญิงสาวที่เฝ้าตามหามานาน เขาพยายามหาคำตอบว่าทำไมเรื่องราวของเธอจากคนรอบข้างจึงหายไปอย่างไม่มีใครรู้...


เป็นนวนิยายของแก้วเก้าเรื่องแรกที่ส้มหยิบขึ้นมาอ่านในชีวิตเลยนะคะเนี่ย ไม่เคยอ่านผลงานของนักเขียนใหญ่ท่านนี้มาก่อนเลยเรื่องนี้นำเสนอประเด็นการสะกดจิตได้ดีค่ะ อธิบายละเอียดเชียวว่าจิตใจคนเราเร็วกว่าความเร็วที่แสงจากดวงอาทิตย์มาถึงโลก อ่านแล้วอึ้งว่าอ่านจบเราจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เปล่าหว่า...


โดยส่วนตัวเป็นคนชอบนิยายย้อนยุคหรือพีเรียดอยู่แล้ว และรู้สึกชื่นชอบงานประพันธ์ของแก้วเก้าหลังจากที่ได้นำไปเป็นละคลหลังข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรือนไม้สีเบจ เรือนนพเก้าและแต่ปางก่อน(เอาเท่าเกิดทันนะคะ) ซึ่งมีแต่แนวย้อนยุค เรื่องนี้ก็เช่นกันค่ะ ขนาดตัวเอกเกิดในยุคปัจจุบันยังคือปี 2532 ส้มเกิดไม่ทันนะคะนั่น(นิยายเขาเก่าแต่ขลังค่ะ)


ตรัยได้ย้อนเวลาไปหาคุณการะเกดซึ่งเกิดในสมัยรัชกาลที่ 6เช่นเดียวกับก๋งของเขา และด้วยความบังเอิญทำให้ตรัยผ่านเส้นกั้นกาลเวลาออกมา ทำให้เขาติดอยู่ในโลกอดีตโดยมีก๋งของตัวเองเป็นที่พึ่งค่ะ ด้วยความที่วาดภาพเก่งและในยุคปัจจุบันมีบริษัทค้าเพชรพลอยเครื่องประดับอยู่ จึงช่วยก๋งออกแบบสร้อยเพชรต่างๆ และได้ลอบพบปะการะเกดเป็นครั้งคราวซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่หญิงชายจะพบกันโดยลักลอบ


บทกระชากอารมณ์คนอ่านสุดๆก็เห็นจะเป็นบทสุดท้ายของการะเกดที่ป่วยเป็นไข้ในอ้อมแขนของตรัยค่ะ เศร้ามากๆ แล้วต่อมาเธอก็สิ้นใจในอ้อมแขนของนที่เธอรัก โอ้ว...บทประพันธ์ท่านช่างสุดยอด...


บทหวานน่ารักก็มีหลายบทค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำกับพระเอกเอย ตอนวาดรูปเอย... แหมพระเอกเราก็ใจร้อนรีบเกี้ยวนางเอกเหมือนกันนะเนี่ย


อ้อ...มีอีกบทหนึ่งที่อ่านแล้วอึ้งนิดหน่อยค่า คือบทที่คุณเชื้อ(คู่หมั้นการะเกดและพี่ชายดร.โพยม)พูดถากถางนางเอกเมื่อขอคืนแหวนหมั้น

"เธอเหมือนนางกากี รูปสวยแต่ใจทราม...คิดว่าหงส์จึงหลงด้วยลายย้อม ช่างแปลกปลอมท่วงทีดีหนักหนา ดังรักถิ่นมุจลินท์ไม่คลาดคลา พอลับตาฝูงหงส์ก็ลงโคลน ขนาดฉันเฝ้าเธออยู่ทุกเวลา เธอก็ยังแอบไปลงโคลนจนได้"

อ่านจบแล้วอึ้งว่าทำไมคนโบราณเขาจะเสียใจน้อยใจทั้งที เล่นมาเป็นกลอนเลยหรอเนี่ย คิดแล้วกลุ้มค่ะ...


อ่านจบแล้วซึ้งในอรรถรสและความรักของพระนางคู่นี้มากเลยค่ะ ถึงแม้ทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกันในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็คงเหมือนคำพูดของตรัยที่ว่า

...การได้อยู่กับคนที่เรารัก แม้นาทีเดียวก็ยืนยาวเหมือนนิรันดร...

คำพูดนี้สุดแสนจะตรึงใจส้มเลยค่ะ อุแหม...เล่มนี้ได้ชิมแล้วไม่อยากวางให้ห่างมุมหนังสือโปรดของตัวเองเลยค่ะ ประทับใจในความคลาสสิคจริงๆ

 

 

ชื่อหนังสือ...กาลครั้งหนึ่งของหัวใจ
ผู้แต่ง...ดวงตะวัน
สำนักพิมพ์...พิมพ์คำสำนักพิมพ์
ราคา...300 บาท


เรื่องย่อ...เฌอมาลย์สาวโสดห้อง 910 มีเพื่อนบ้านคือเช้งวับ นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนที่โหยหาความรักในทางผิด วิ่งตามเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเสียที และเคียว เด็กมัธยมปลายที่สนใจผู้หญิงเป็นกิจวัตร เช้าวันหนึ่งขณะที่เฌอมาลย์จะออกไปทำงาน เธอเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องของเช้งวับ และเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเคียวยืนอยู่หน้าห้องของเด็กชายเช่นกัน จึงคิดว่าคงเป็นแฟนหรือเพื่อนของทั้งคู่ แต่หูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินว่า “ผมเป็นเทวดาอุ้มสม”


เรื่องนี้ด้วยความกระดี้กระด้าเจอคำว่าเทวดาอุ้มสมเลยคว้าหมับติดไม้ติดมือกลับมาอ่านเสียเลย เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจค่ะ ก็ตามแบบฉบับคุณดวงตะวัน อ่านมาเรื่อยๆมีเฮฮาบ้างพอเป็นพิธี แต่พอเริ่มเข้ากลางเรื่องแล้วเครียดค่ะ เรื่องนี้หนักไปทางสังคม (รู้สึกเล่มหลังๆของคุณดวงตะวันจะออกไปทางแนวนี้ทั้งนั้น) เกี่ยวกับการมีแฟนในวัยเรียนบ้าง การพาแฟนมาอยู่ในคอนโดด้วย แต่สุดท้ายเขาก็เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเทวดาอุ้มสมจึงเป็นผู้ดูแลเรื่องรักๆใคร่ๆของแต่ละคน ทั้งพยายามเตือน พยายามปลอบ หน้าที่ยังกะพี่เลี้ยงเด็กแน่ะ ปัญหาส่วนมากก็มาจากเช้งวับที่อักหักอกเดาะแต่ก็ไม่จำค่ะ แต่ที่มากกว่าเห็นจะเป็นวัยคะนองของเรื่อง เคียวนี่จีบได้จีบเล่นได้เล่น แต่ยังดีที่ “เทวดาอุ้มสม”ของตัวเองเป็นผู้หญิงชื่อจีนี่ ยังคอยขัดขวางการกระทำไม่ถูกไม่ควรของเคียวอยู่


เล่มนี้ให้ข้อคิดในแง่สังคมดีค่ะ ทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องรักๆใคร่ของคนวัยเรียน แต่จะเครียดๆหน่อยในตอนกลางๆของเรื่อง เมื่ออ่านจบแล้วก็ยิ้มอย่างอิ่มใจในอรรถรสของหนังสือของคุณดวงตะวันค่ะ ว่างๆลองหามาอ่านดูนะคะ


edit @ 5 May 2008 16:27:09 by ''^^LadySomlim^^''