posted on 13 Nov 2008 22:21 by ladysomlim in Books

ชื่อหนังสือ...ลมซ่อนรัก
ผู้แต่ง...นราเกตต์
สำนักพิมพ์...พิมพ์คำสำนักพิมพ์
ราคา...220 บาท
เนื้อเรื่อง...ปราณตน์แพทย์หนุ่มจากเมืองกรุงต้องการหาผู้หญิงท้องถิ่นเพื่อแต่งานเป็นข้ออ้างไม่ให้บิดาเขาเรียกตัวกลับ ภัทริน หญิงสาวที่จากบ้านไปทำงานในเมืองใหญ่ และกลับมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดใจ หนี้สินและความผิดที่หล่อนไม่ได้ก่อแต่ต้องชดใช้ นายแพทย์จึงเสนอข้อตกลงกับเธอเพื่อแลกการปลดหนี้
เรื่องนี้ต้นเรื่องมาแนวๆทั่วไป ไม่หวือหวาหรือแตกต่างมากมาย นางเอกยากจน พระเอกมีเงิน หาข้ออ้างแต่งงานเพื่อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ตอนหลังก็รักกันจริงๆ
เนื้อเรื่องเหมือนจะพื้นๆไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้ อ่านจบละอยากจะตะโกนให้รู้ไปข้าง...”โดนต้มซะเปื่อย...”
เหมือนเคยไปอ่านบล็อกรีวิว รู้เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ โดนต้มเหมือนกัน เราก็ไม่รู้หรอกมันเป็นไงอยากพิสูจน์ เนี่ย...ของจริงเลย แค้นใจนักเขียนค่า (ล้อเล่นนะคะ)
เนื้อเรื่องเข้มช้นขึ้นประมาณกลางเรื่อง หรือตอนที่พระเอกถูกรถชนเข็นเข้าโรง’บาลแทบไม่ทันนั่นแหละ
เรื่องนี้อ่านง่าย สงสารนางเอกนิดหน่อยแล้วก็หมั่นไส้พระเอกไม่นิดหน่อยค่ะ เอิ๊กๆ...บอกไม่ได้ว่าเรื่องอะไร ลองไปอ่าน ถ้าคุณรู้ว่าที่อ่านมาทั้งหมดคุณโดนหลอก คุณจะ....
สรุป...ชื่นชอบผลงานของคุณนรากตต์ตั้งแต่เรื่องบุษบารักร้อยแล้วค่ะ(ชอบทั้งเนื้อเรื่องแล้วก็ราคา 19 บาทน้ำตาซึมเชียว) สำหรับเรื่องนี้ซ่อนปมได้เนียนมาก เนียนแบบคนอ่านเออออตามไปหมด สุดท้ายก็เปื่อย(หรือส้มเชื่อคนง่าย) ผลงานของคุณนราเกตต์ที่ส้มยังไม่ได้อ่านก็เหลือเรื่องดาวห่มฟ้า เห็นเป็นเรื่องฆาตกรรม เป็นแนวที่ไม่ถนัดอ่านอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นคนไม่ค่อยสังเกตสังกาอะไรกับเขา โดนนักเขียนหลอกประจำ อีกอย่างดีไม่ดีหลับอีกค่ะ ขอทำใจก่อน ถ้าอ่านแล้วจะมาเขียนเล่าให้ฟังค่ะ
posted on 06 May 2008 19:17 by ladysomlim in Novel
กี่วันแล้วนะ...ที่จากมา
วันเวลาที่เคยอยู่ด้วยมันน้อยนิด...
จะผิดไหมถ้าฉันจะสะกิด
และบอกว่ารักเธอไม่ได้น้อยนิดกว่าใคร...
ในสายตาเธออาจไม่มองมาทางฉัน
แต่คิดมากกว่านี้จะได้ไหม?
ไม่ใช่เพื่อนไม่ใช่แฟนไม่เป็นไร
แค่คนสนิทที่ใจต่างรู้ดี
แต่มันก็คงเป็นเพียงภาพฝัน
ไม่มีวันหรอกที่จะเป็นได้...ใช่ไหม
รู้แล้วล่ะ...ตอนนี้ควรอยู่ที่ใด
ขอโทษนะ...หากคิดไปไกลกว่าที่เป็น...
โทรโพสเฟียร์ (somlim)
น้อมรับคำติชมค่ะ ^^
•ชี้แจงแถลงไถล...•
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
edit @ 6 May 2008 19:33:53 by ''^^LadySomlim^^''
posted on 06 May 2008 19:05 by ladysomlim in Books
ชื่อหนังสือ...จากฝัน...สู่นิรันดร
ผู้แต่ง...แก้วเก้า
สำนักพิมพ์...ดอกหญ้า(ปัจจุบันสนพ.เพื่อนดี)
ราคา...295 บาท(ปัจจุบัน 360 บาท)
*ปกนี้เป็นของสำนักพิมพ์เพื่อนดีค่ะ
เรื่องย่อ...ตรัยชายหนุ่มผู้หลงใหลรูปวาดของ "การะเกด" เพียงได้เห็นเขาก็ดฝ้าค้นหาว่าเธอคือใคร โดยพยายามติดต่อกับผู้คนที่รู้จักเธอ ดร.โพยมติดต่อให้ชายหนุ่มรู้จักกับเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียที่ทำการทดลองด้านการสะกดจิต ตรัยได้กลับไปในอดีตอีกครั้ง เขาได้เห็นก๋งของตัวเองใน 65 ปีที่แล้ว ได้พบกับการะเกดหญิงสาวที่เฝ้าตามหามานาน เขาพยายามหาคำตอบว่าทำไมเรื่องราวของเธอจากคนรอบข้างจึงหายไปอย่างไม่มีใครรู้...
เป็นนวนิยายของแก้วเก้าเรื่องแรกที่ส้มหยิบขึ้นมาอ่านในชีวิตเลยนะคะเนี่ย ไม่เคยอ่านผลงานของนักเขียนใหญ่ท่านนี้มาก่อนเลยเรื่องนี้นำเสนอประเด็นการสะกดจิตได้ดีค่ะ อธิบายละเอียดเชียวว่าจิตใจคนเราเร็วกว่าความเร็วที่แสงจากดวงอาทิตย์มาถึงโลก อ่านแล้วอึ้งว่าอ่านจบเราจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เปล่าหว่า...
โดยส่วนตัวเป็นคนชอบนิยายย้อนยุคหรือพีเรียดอยู่แล้ว และรู้สึกชื่นชอบงานประพันธ์ของแก้วเก้าหลังจากที่ได้นำไปเป็นละคลหลังข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรือนไม้สีเบจ เรือนนพเก้าและแต่ปางก่อน(เอาเท่าเกิดทันนะคะ) ซึ่งมีแต่แนวย้อนยุค เรื่องนี้ก็เช่นกันค่ะ ขนาดตัวเอกเกิดในยุคปัจจุบันยังคือปี 2532 ส้มเกิดไม่ทันนะคะนั่น(นิยายเขาเก่าแต่ขลังค่ะ)
ตรัยได้ย้อนเวลาไปหาคุณการะเกดซึ่งเกิดในสมัยรัชกาลที่ 6เช่นเดียวกับก๋งของเขา และด้วยความบังเอิญทำให้ตรัยผ่านเส้นกั้นกาลเวลาออกมา ทำให้เขาติดอยู่ในโลกอดีตโดยมีก๋งของตัวเองเป็นที่พึ่งค่ะ ด้วยความที่วาดภาพเก่งและในยุคปัจจุบันมีบริษัทค้าเพชรพลอยเครื่องประดับอยู่ จึงช่วยก๋งออกแบบสร้อยเพชรต่างๆ และได้ลอบพบปะการะเกดเป็นครั้งคราวซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่หญิงชายจะพบกันโดยลักลอบ
บทกระชากอารมณ์คนอ่านสุดๆก็เห็นจะเป็นบทสุดท้ายของการะเกดที่ป่วยเป็นไข้ในอ้อมแขนของตรัยค่ะ เศร้ามากๆ แล้วต่อมาเธอก็สิ้นใจในอ้อมแขนของนที่เธอรัก โอ้ว...บทประพันธ์ท่านช่างสุดยอด...
บทหวานน่ารักก็มีหลายบทค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำกับพระเอกเอย ตอนวาดรูปเอย... แหมพระเอกเราก็ใจร้อนรีบเกี้ยวนางเอกเหมือนกันนะเนี่ย
อ้อ...มีอีกบทหนึ่งที่อ่านแล้วอึ้งนิดหน่อยค่า คือบทที่คุณเชื้อ(คู่หมั้นการะเกดและพี่ชายดร.โพยม)พูดถากถางนางเอกเมื่อขอคืนแหวนหมั้น
"เธอเหมือนนางกากี รูปสวยแต่ใจทราม...คิดว่าหงส์จึงหลงด้วยลายย้อม ช่างแปลกปลอมท่วงทีดีหนักหนา ดังรักถิ่นมุจลินท์ไม่คลาดคลา พอลับตาฝูงหงส์ก็ลงโคลน ขนาดฉันเฝ้าเธออยู่ทุกเวลา เธอก็ยังแอบไปลงโคลนจนได้"
อ่านจบแล้วอึ้งว่าทำไมคนโบราณเขาจะเสียใจน้อยใจทั้งที เล่นมาเป็นกลอนเลยหรอเนี่ย คิดแล้วกลุ้มค่ะ...
อ่านจบแล้วซึ้งในอรรถรสและความรักของพระนางคู่นี้มากเลยค่ะ ถึงแม้ทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกันในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็คงเหมือนคำพูดของตรัยที่ว่า
...การได้อยู่กับคนที่เรารัก แม้นาทีเดียวก็ยืนยาวเหมือนนิรันดร...
คำพูดนี้สุดแสนจะตรึงใจส้มเลยค่ะ อุแหม...เล่มนี้ได้ชิมแล้วไม่อยากวางให้ห่างมุมหนังสือโปรดของตัวเองเลยค่ะ ประทับใจในความคลาสสิคจริงๆ
posted on 05 May 2008 16:23 by ladysomlim in Books
ชื่อหนังสือ...กาลครั้งหนึ่งของหัวใจ
ผู้แต่ง...ดวงตะวัน
สำนักพิมพ์...พิมพ์คำสำนักพิมพ์
ราคา...300 บาท
เรื่องย่อ...เฌอมาลย์สาวโสดห้อง 910 มีเพื่อนบ้านคือเช้งวับ นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนที่โหยหาความรักในทางผิด วิ่งตามเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเสียที และเคียว เด็กมัธยมปลายที่สนใจผู้หญิงเป็นกิจวัตร เช้าวันหนึ่งขณะที่เฌอมาลย์จะออกไปทำงาน เธอเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องของเช้งวับ และเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเคียวยืนอยู่หน้าห้องของเด็กชายเช่นกัน จึงคิดว่าคงเป็นแฟนหรือเพื่อนของทั้งคู่ แต่หูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินว่า “ผมเป็นเทวดาอุ้มสม”
เรื่องนี้ด้วยความกระดี้กระด้าเจอคำว่าเทวดาอุ้มสมเลยคว้าหมับติดไม้ติดมือกลับมาอ่านเสียเลย เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจค่ะ ก็ตามแบบฉบับคุณดวงตะวัน อ่านมาเรื่อยๆมีเฮฮาบ้างพอเป็นพิธี แต่พอเริ่มเข้ากลางเรื่องแล้วเครียดค่ะ เรื่องนี้หนักไปทางสังคม (รู้สึกเล่มหลังๆของคุณดวงตะวันจะออกไปทางแนวนี้ทั้งนั้น) เกี่ยวกับการมีแฟนในวัยเรียนบ้าง การพาแฟนมาอยู่ในคอนโดด้วย แต่สุดท้ายเขาก็เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเทวดาอุ้มสมจึงเป็นผู้ดูแลเรื่องรักๆใคร่ๆของแต่ละคน ทั้งพยายามเตือน พยายามปลอบ หน้าที่ยังกะพี่เลี้ยงเด็กแน่ะ ปัญหาส่วนมากก็มาจากเช้งวับที่อักหักอกเดาะแต่ก็ไม่จำค่ะ แต่ที่มากกว่าเห็นจะเป็นวัยคะนองของเรื่อง เคียวนี่จีบได้จีบเล่นได้เล่น แต่ยังดีที่ “เทวดาอุ้มสม”ของตัวเองเป็นผู้หญิงชื่อจีนี่ ยังคอยขัดขวางการกระทำไม่ถูกไม่ควรของเคียวอยู่
เล่มนี้ให้ข้อคิดในแง่สังคมดีค่ะ ทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องรักๆใคร่ของคนวัยเรียน แต่จะเครียดๆหน่อยในตอนกลางๆของเรื่อง เมื่ออ่านจบแล้วก็ยิ้มอย่างอิ่มใจในอรรถรสของหนังสือของคุณดวงตะวันค่ะ ว่างๆลองหามาอ่านดูนะคะ
edit @ 5 May 2008 16:27:09 by ''^^LadySomlim^^''
posted on 04 Apr 2008 12:01 by ladysomlim in Books
ชื่อหนังสือ...พิภพมนตรา
ผู้แต่ง...จุฑารัตน์
สำนักพิมพ์...สำนักพิมพ์อรุณ
ราคา...425 บาท
สำหรับเรื่องนี้ ส้มอ่านเสร็จปุ๊บวิ่งมานั่งเขียนบล็อกปั๊บเลยค่ะเพราะเดี๋ยวจะลืมเนื้อหาของเรื่อง (ฮ่า) คาดว่าหลายๆคนคงเคยผ่านตามาแล้วบ้างกับผลงานของ 'จุฑารัตน์' นักเขียนแฟนตาซีโรแมนติก
เนื้อเรื่องก็คือมนุษย์ต่างมิติที่เกิดหลงมาในมิดการ์ด(โลก) ทำให้เจอกับสาธิตาผู้ช่วยชีวิต หลังจากที่เมเวลคิดว่าจะติดอยู่ที่โลกอีกนานจึงตัดสินใจแต่งงานกับสาธิตาและมีลูกสาวชื่อว่า "เมธาวี" เริ่มต้นของเรื่องจริงๆคือเมธาวีมีพลังวิเศษเหมือนพ่อและมีศิราภรณ์ที่ใครๆต่างหมายปอง ทำให้จอมเวทผู้ต้องการศิราภรณ์นี้มาท้าชิงส่งผลให้เมธาวีถูกส่งผ่านมิติไปยังอีกมิติหนึ่ง
เรื่องนี้อ่านแล้วรู้สึกว่ามันจะคุ้นๆเหมือนสุดขอบจักรวาล แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่ก็ทำให้รู้สึกถึงอารมณ์แบบเดียวกับสุดขอบจักรวาลค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเครียดเป็นพักๆแต่ก็สนุกสนาม นางเอกใจดีจริงๆ แต่ก็ปากร้ายไม่เบาพอๆกับพระเอกที่น่าฟัดน่าเหวี่ยง ชอบเรื่องนี้ที่นางเอกมีความมีน้ำใจเนี่ยแหละค่ะ เพราะอ่านแล้วรู้สึกทำไมเนฟแล้งน้ำใจเช่นนี้ และรู้สึกเมเวลจะเสน่ห์แรงเหลือเกินทั้งผู้หญิงผู้ชายชอบกันไปครึ่งเรื่อง
ที่ชอบอีกจุดหนึ่งคือปมของพระเอก พื้นเพของพระเอกดูเผินๆก็ไม่รู้หรอกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พอแง้มทีละตื่นเต้นเลยค่ะ ชอบที่พันปมและคลายได้ระทึกใจคนอ่าน
โดยส่วนตัวแล้วส้มเป็นคนอ่านแฟนตาซีไม่รู้เรื่อง อ่านแล้วอาการคล้ายเมาอะไรมาสักอย่างคือมันจะมึนไปหมดเลยค่ะ เคยมาหลายรอบแล้ว แต่สำหรับผลงานของจุฑารัตน์ไม่รู้สึกแบบนั้นค่ะ ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย รู้สึกเข้าใจในการกระทำของตัวละครมากกว่าแฟนตาซีเรื่องอื่นที่เคยอ่านมาค่ะ ยิ่งเรื่องสุดขอบจักรวาลรู้สึกประทับใจเล่มนั้นมากๆ แต่ผลงานของนักเขียนท่านนี้ก็หนาเหลือเกิน อ่านทีงี้หาหมอนเท้าเลยค่ะ
ว่าจะลองหาหนังสือของนักเขียนท่านนี้มาอ่านอีกสักหน่อย ตอนนี้เหมือนติดหลุมอากาศอยู่กับผลงานของจุฑารัตน์ค่ะ